ช่วงนี้มีเรื่องเข้ามาให้ต้องหยุดคิดมากมาย
คิดสะเปะสะปะ และลังเลไปหมด
เป็นการตัดสินใจที่สำคัญอีกครั้งหนึ่งในชีวิต

งานที่อยากทำมากที่สุดในตอนนี้คือ ทำนิตยสารท่องเที่ยว
หรืองานที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง ตัวอักษร ภาษา นักท่องเที่ยว ผู้คน
แต่มันก็ค่อนข้างยากจริงๆ รับก็น้อย ผลงานเราก็ยังไม่มีซักอย่าง

อีกใจนึงก็เสียดายความรู้ พลังและกำลังทรัพย์ที่เสียไปมากมายกับคณะนี้
แต่เรารู้ว่ามันไม่สูญเปล่าหรอก ไม่ว่าจะทำอาชีพอะไร
สิ่งเหล่านี้มันได้ติดตัวเราไปแล้ว
จริงๆแล้ว ตอนนี้เราเดินมาเกินครึ่งทางของความฝันแล้วล่ะ
ตอนเด็กๆ ทุกคนก็คงมีความฝัน โตขึ้นอยากเป็นอะไรกันทุกคนใช่มั้ย
ความฝันตั้งแต่วัยเด็กของเราก็คือ มัณฑนากร สถาปนิกเนี่ยละ
เราสนใจในศิลปะตั้งแต่เด็กๆ ชอบวาดรูปประกวดของโรงเรียน
ชอบเอาขยะมาประดิษฐ์เป็นของใช้  ตอนโตก็สานความฝัน
เอนท์เข้าสถาปัตย์จนสำเร็จ แต่พอเรียนไปแล้วกลับรู้สึกแย่
รู้สึกว่ามันไม่เหมาะกับเราเลย ไม่รุ้ทำไมถึงกลายมาเป็นแบบนี้ไปได้
วันที่เรารู้สึกผิดหวังกับความฝันของตัวเอง มันแย่มากๆ
นั่งโทษตัวเองที่ตัดสินใจผิด  และผิดหวังกับตัวเอง
เสียใจ และคิดแย่ๆกับมัน  ไม่พัฒนาตัวเอง ไม่สนใจงาน
คิดแค่ว่าต้องเรียนให้จบ จนตอนนี้ก็เรียนจบจนได้

พอเรียนจบ เราก็กลับไม่กล้าทิ้งงานด้านนี้ซะทีเดียว
ไม่แน่ เราอาจจะกลับมาชอบมันอีกก็ได้
ถ้าได้ลองทำงานแล้วมันสนุก มีความสุข
มันคงจะดี อยากให้เป็นอย่างนั้นจัง
เราจะถือว่าเราสานฝันในวัยเด็กจนสำเร็จ
ตอนนี้ความฝันมันอยู่ใกล้แค่ศอกเท่านั้น

อยากจะ lucky in love , lucky in game
ทำงานที่ชอบ  มีคนที่รัก วันนั้นจะเดินยิ้มระรื่น :)

จบเรื่องความฝัน มาเข้าเรื่องความจริง
ทำไมโตขึ้น ความอ่อนโยนเราถึงน้อยลง
เรารู้สึกว่าตัวเองเริ่มจะแข็งกระด้างขึ้นทุกวัน
ขยันทำร้ายความรู้สึกคนอื่น
จริงๆ ก็ไม่ค่อยจะอ่อนโยนอยู่แล้ว
แต่หลายคนชอบคิดว่าเราเป็นคนใส่ใจคนอื่น
จริงๆ แล้วเราไม่ได้สนใจซักเท่าไหร่หรอกนะ
เราใส่ใจแค่คนที่เรารักมากเท่านั้นล่ะ
ซึ่งมันมีจำนวนไม่เยอะเลย
ไม่อยากให้ใครเข้ามาป้วนเปี้ยนในโลกส่วนตัวของเราซักเท่าไหร่
บางทีเราก็เฉยชากับคนอื่น ไม่สนใจคนอื่น
แค่ใช้คำว่าคนอื่น มันก็แย่แล้วนะ :'(
แต่การที่ต้องมาดูแล ใส่ใจคนมากไป มันทำให้เราเหนื่อยจริงๆ
ถ้ารู้จักกันแล้วต้องลำบากใจ หรือรู้สึกถูกรบกวน
เราก็จะเว้นระยะห่างของเราไว้ บวกกับละอายใจด้วยที่คิดอย่างนี้
เพราะฉะนั้นก็อย่าใกล้กันเกินไปเลย ถ้าเรายังคิดแบบนี้อยุ่
แต่ไม่ใช่กับดอกไม้ของเรา พวกแกเข้าใจกันใช่มั้ยย

เมื่อกี้คุยกับพลอย แล้วมันถามมาว่า

" แกจะรู้สึกดีไหม ถ้ามีคนถามแกว่า เป็นอะไร
พอแกบอกว่าไม่ แล้วเค้าบอกว่า เล่าสิ อยากฟัง "

รู้สึกประทับใจกับคำว่า "เล่าสิ อยากฟัง" มากเลยอะ
ฟังแล้วอบอุ่นดีจริงๆ สุดท้ายแล้ว
คนเราทุกคนก็พ่ายแพ้ต่อความอ่อนโยน
ต้องการคนมาใส่ใจความรู้สึก และรับฟัง
ต่อให้คนนั้นจะแข็งกระด้าง
หรือมีโลกส่วนตัวซักแค่ไหนก็ตามก็คงไม่รู้สึกว่าถูกก้าวก่าย

แค่คำพูดนี่ก็เยียวยาคนได้มากมายเลยล่ะ
เราก็อยากจะทำให้คนอื่นรู้สึกดีได้อย่างนั้นบ้าง
แต่คำพวกนี้ไม่ค่อยจะหลุดออกมาจากปากเราเลย


MusicPlaylist
Music Playlist

เพลงที่แห่งนี้ ไม่รุ้ทำไมฟังแล้วถึงเศร้าทุกที สะดุดกับประโยค
ไม่ว่าวันเวลาจะหมุนจะเวียนเปลี่ยนไปแค่ไหน
จะเป็นกำลังใจให้เธอได้รู้สึกดี..
เป็นที่พัก ที่ให้ความเข้าใจ นานเท่าไรก็จะมี
ให้กับเธออยู่ตรงนี้ ...

คนแบบนี้จะมีจริงๆในโลกรึเปล่า

คนที่จะนั่งข้างเราที่เดิม ไม่ว่าจะนานเท่าไหร่



edit @ 29 May 2009 01:38:52 by ด.ญ. หัวจุก

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อย่างน้อยถาปัดมันก็กว้างนะ
ไปทำงานด้านอื่นก็ ได้ สู้ต่อไป
ไว้นัทจบ เปิดร้านขายเสื้อกัน ฮ่าๆ

#1 By D : ) N U T on 2009-05-29 22:45

เฮโหล จุกน้อย
เราโดนงัดให้ลุกมาจากที่นอนอีกแล้ว
มันช่างโหดร้าย 55 เราง่วงมาก
ตื่นมาเลยเปิดคอม ไม่มีไรทำ

อย่างน้อยๆแกก็ได้เรียนตามที่แกฝัน นะ
เอาน่ะ ถ้าไม่อยากทำ ก็ลองหาอย่างอื่นทำ
ถ้าไม่ได้ก็ลองทำดูก่อน
ถ้าไม่เวิค ก็เลิก หาทางใหม่ แค่นั้นเองง
ยังไง ความรู้ที่มี ก็เอาไปใช้ได้แหล่ะน่า

#2 By moo on 2009-05-30 10:01