posted on 09 Aug 2010 18:01 by miss-huajuk

เข้าไปสัมผัสกับเมืองแห่งความฝัน กับการดูโชว์ Dragon's Treasure ที่ City of dreams (Macau)
ให้ความรู้สึกในแบบ 4D ที่เสมือนจริงด้วยเอฟเฟคสุดตระกาลตา
เพิ่มความเหมือนจริงด้วยโดมแบบ 360 องศา ที่ทำให้เรารู้สึกล่องลอย
ได้เพียงแหงนหน้ามอง (ในขณะที่เท้ากำลังเหยียบพื้น)
ดูแล้วพาให้เรารู้สึกหลงใหลไปกับแสง สี เสียงของการแสดง
ไม่ว่าจะเป็นฉากในโลกใต้ท้องทะเลที่สวยงามจนไม่อยากกระพริบตา
หรือรู้สึึกตื่นเต้นไปกับฉากต่อสู้ของมังกรที่สุดอลังการ
มั่นใจว่าเป็นโชว์ที่ทุกคนจะต้องชอบ ไม่ควรพลาด เพราะคุ้มสุดคุ้ม
การแสดงใช้เวลาประมาณ 10 นาที โดยโชว์จะมีทุกๆครึ่ง ชม
ฟรีด้วยแหละ ขอบอก :)
สัมผัสความสวยงามได้ที่นี่ (แต่ขอบอกว่าสวยสู้ดูด้วยตาตัวเองไม่ได้แน่ๆ :)
http://www.youtube.com/watch?v=C1wn_bolr3M&feature=related
รายละเอียดเิพิ่มเติม
"ซิตี้ ออฟ ดรีมส์" (City of Dreams) เป็นรีสอร์ทสำหรับการพักพ่อนหย่อนใจ
และความบันเทิงในมาเก๊า โครงการประกอบด้วยเกมส์คาสิโนเฟสแรก
โรงแรมระดับชั้นนำของโลก 3 แห่ง ภัตตาคารและบาร์มากกว่า 20 แห่ง
และร้านค้าเพื่อช้อบปิ้ง พร้อมการแสดงแสงสีเสียง มัลติมีเดีย
และโชว์ในโรงละครชั้นนำและทันสมัย(The Bubble) โดย ซิตี้ ออฟ ดรีมส์
ตั้งเป้าหมายพลักดันให้มาเก๊าเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและความบันเทิงของเอเชีย
(ขอบคุณข่าวจากกรุงเทพธุรกิจ-23 พค.2552)
edit @ 9 Aug 2010 18:44:04 by ด.ญ. หัวจุก
posted on 30 Jul 2010 00:56 by miss-huajuk
อยากจะหลบวันที่น่าเบื่อ
หนีหน้าผู้คน
แล้วออกเดินทาง
เหนื่อยกาย
แต่ได้พักใจ
ท้องฟ้าสีฟ้าสด
ตัดกับก้อนเมฆสีขาว
ลมเย็นๆพัดเข้าจมูก
สูดเข้าไปแล้วเหมือนเพิ่มพลัง
ไปกันเถอะ :)
posted on 30 Jul 2010 00:49 by miss-huajuk
เอาดินมาจุดไฟ
แตกเป็นดาว ระยิบ ระยับ
ดูทุกคนมีรอยยิ้ม ทุกทีที่ถือไฟเย็น
ปล่อยให้เราชื่นชมได้ไม่นาน
ช่วงเวลานั้นผ่านไปไวมากเลยเนอะ
แต่จริงๆแล้วเราว่ามันก็นานกว่านั้น
เพราะว่าความสุขมันยังติดตา *-*
edit @ 1 Aug 2010 00:13:49 by ด.ญ. หัวจุก
posted on 30 Jul 2010 00:39 by miss-huajuk
แสงไฟจากตึกรามบ้านช่องในเมืองกำลังส่องสว่าง
เปล่งแสงเป็นประกายแข่งกัน
ราวกับว่ามันสามารถส่องแสงได้ด้วยตัวของมันเอง
ในขณะที่ดวงดาวในเมืองกำลังส่องแสงที่ริบหรี
ราวกับว่ามันยอมแพ้ให้กับแสง(จากสิ่ง)ประดิษฐ์
สวยกันไปคนละแบบ
posted on 30 Jul 2010 00:35 by miss-huajuk
July 16 : 2008
ยืนอยู่บนตึกชั้น 8
ย่านใจกลางเมือง
ความสูงจากระดับน้ำทะเล
เท่าไหร่ไม่รู้
รู้แต่วิวกำลังดี
มองเห็นสิ่งที่อยู่ข้างหน้าไม่ชัด
ไม่เบลอจนเกินไป
ยืนอยู่คนเดียว
เงียบๆ
เหงานิดหน่อย
แต่สบายใจ
พิลึก
มองออกไป
เห็นแสงไฟจากตึก บ้านคน ถนน
เหมือนกำลังยืนมองดาวบนดิน
สวยดี
เงียบ
...
สงบ
พอแหงนหน้ามองท้องฟ้า
แล้วดาวล่ะ ?
ดาวในกรุงเทพ
ขี้อายกันเหลือเกิน
ฟ้าเป็นสีเทาเข้ม
ไม่มืดสนิท
เป็นฟ้าขุ่นๆ มัวๆ
เพราะหมอก
หรือเพราะควัน
ไม่เป็นไร
ยังมีแสงไฟจากตึก
มองแล้วสบายใจไปอีกแบบ
ชีวิตคนในเมือง
ที่วันๆเวลาเดินเร็วเหมือนติดจรวด
น้อยมาก ที่จะหยุด
แล้วหันมามองกัน
ซักนิด
ตึกเปิดไฟ
แสดงว่ายังมีคนอยู่
อย่างน้อย
เราก็ไม่ได้ตื่นอยู่คนเดียว
ยังมีคนอื่น เคลื่อนไหวอยู่ข้างหน้า
มองไม่เห็น แต่รับรู้ได้
หรือกรุงเทพ จะเหมาะกับการมองดาวบนดินแบบนี้
edit @ 30 Jul 2010 00:41:47 by ด.ญ. หัวจุก
posted on 30 Jul 2010 00:32 by miss-huajuk
" เป็นดวงตาของเราที่บอด ไม่ใช่โชคชะตา "
posted on 30 Jul 2010 00:31 by miss-huajuk
ก้อนหิน : ชอบแหงนหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืน
มีเป้าหมายคือดวงดาว ที่ส่องแสงระยิบระยับ วิบ วับ อยู่บนท้องฟ้านั่นไง
ระยะห่าง มันช่างห่างไกล
ก้อนหินอยู่ติดพื้น ในความมืด
มืด เงียบ และเหน็บหนาว
วันไหนฟ้าปิด ดวงดาวไม่ส่องแสง
คืนที่เงียบเหงาแหละเหน็บหนาว ก็จะหนาวกว่าปกติ
วันไหนฟ้าเปิด เห็นแสงระยิบระยับจากดวงดาว
ส่องลงมาที่ก้อนหิน
ช่วงเวลานั้น ก้อนหินจะสวยงาม และกำลังเปล่งแสงเช่นกัน
ก้อนหินกำลังมีความสุข !
" เพราะเพียงความอบอุ่นจากเธอไม่นาน จะต่อเติมความสำคัญฉันได้ "
เสียงฮัมเพลงจากก้อนหิน ผู้มีความสุขกับการแหงนมองท้องฟ้า
ไม้ขีดไฟ : ไม่ขีดไฟก้านเล็ก แอบรักดอกทานตะวัน
เมื่อไหร่ที่แสงแดดเจิดจ้า
เวลานั้นดอกทานตะวันก็จะเบิกบาน
ยิ้มแย้ม อวดดอกสีเหลืองอำพัน
ภาพที่เห็นดูสวยงาม
ดอกทานตะวันกำลังมีความสุข
โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่า มีไม้ขีดไฟชื่นชมอยู่ห่างๆ
ดอกทานตะวัน จะหันหน้ามองตามแต่ดวงอาทิตย์
ดวงเดียวเท่านั้น ..
เจ้าไม้ขีดไฟ แอบรักดอกทานตะวัน
ผู้ที่ไม่เคยหันมาเหลียวมองตัวเองเลยซักนิด
จึงใช้แสงสว่างเดียวที่มี
จุดไฟเผาตัวเอง
แต่เพราะมันเป็นเพียงไม่ขีดไฟก้านเล็กๆ
ระยะความสุขสว่างจึงน้อยนิดไปด้วย
ชั่วเวลาวูบสั้นๆ ที่ดอกทานตะวันหันกลับมามอง
ตอนนั้น ตัวมันก็กลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว
ไม่มีใครรู้ว่า สุดท้ายแล้ว มันมีความสุขหรือมันกำลังร้องไห้
แล้วดอกทานตะวัน ได้ทันเห็นมันหรือไม่
" จุดตัวเองก็ยอมทันใด ให้ลุกเป็นไฟ ขึ้นมา
เพียงปรารถนา ดอกทานตะวัน หันมอง สักครั้ง "
จริงๆแล้ว ไม้ขีดไฟอาจจะฮัมเพลงอย่างมีความสุขอยู่ก็ได้
ก้อนหิน แข็งแรง ทนทาน แต่ทำอะไรไม่ได้ นอกจากแหงนมองดวงดาวจากพื้นดิน อยู่อย่างนั้น
ไม้ขีดไฟ เปราะบาง แต่เลือกทำในสิ่งที่ต้องการได้ ไม่อึดอัด แต่ก็จบสิ้น
ถึงแม้ภาพที่เห็นจะดูแตกต่าง
แต่สถานะคงไม่ต่าง
สภาพจิตใจก็คงเหมือนกัน